เว็บไซต์บริษัทหลายแห่งมีข้อมูลครบ แต่ลูกค้าหาไม่เจอ เพราะเมนูเยอะเกินไป หน้าแรกไม่บอกว่าบริษัททำอะไร หรือข้อมูลติดต่ออยู่ลึกจนต้องเลื่อนหา บทความนี้สรุปว่าเว็บไซต์บริษัทควรมีหน้าอะไรบ้าง เรียงเมนูอย่างไร หน้าแรกควรวางอะไร และเมื่อไรควรทำเว็บสองภาษา
หน้าที่เว็บไซต์บริษัทต้องมี
ไม่จำเป็นต้องมีหลายสิบหน้า เว็บบริษัทส่วนใหญ่เริ่มได้ด้วย 5–7 หน้าหลัก
| หน้า | หน้าที่ | ต้องมีอะไร |
|---|---|---|
| หน้าแรก | บอกภายในไม่กี่วินาทีว่าคุณทำอะไร ให้ใคร | ข้อความหลัก บริการหลัก หลักฐานความน่าเชื่อถือ ปุ่มติดต่อ |
| บริการ / สินค้า | อธิบายสิ่งที่ขายอย่างละเอียด | ปัญหาที่แก้ ขั้นตอน สิ่งที่ลูกค้าได้รับ |
| เกี่ยวกับเรา | สร้างความเชื่อใจ | ประวัติ ทีมงาน ข้อมูลจดทะเบียนที่ตรวจสอบได้ |
| ผลงาน | พิสูจน์ว่าทำได้จริง | งานจริงพร้อมรายละเอียดที่เปิดเผยได้ |
| ติดต่อเรา | ทำให้ติดต่อง่ายที่สุด | เบอร์โทร อีเมล ฟอร์ม แผนที่ เวลาทำการ |
| คำถามที่พบบ่อย | ตอบข้อสงสัยก่อนลูกค้าถาม | คำถามจริงที่ทีมขายได้รับบ่อย |
| นโยบายความเป็นส่วนตัว | ปฏิบัติตามกฎหมาย | ข้อมูลที่เก็บ วัตถุประสงค์ ช่องทางติดต่อ |
ถ้าบริษัทมีหลายบริการ ควรแยกหน้าบริการละหนึ่งหน้า แทนการรวมทุกอย่างไว้ในหน้าเดียว เพราะแต่ละหน้าตอบคำค้นที่ต่างกันและเล่ารายละเอียดได้ลึกกว่า ส่วนหน้าที่เสริมได้ภายหลัง เช่น บทความ ร่วมงานกับเรา หรือดาวน์โหลดเอกสาร ใส่เมื่อมีเนื้อหาจริงพร้อม
ก่อนเริ่มวางโครง ลองรวบรวมข้อความและรูปของแต่ละหน้าตามเช็กลิสต์เตรียมเนื้อหาก่อนทำเว็บ จะช่วยให้เห็นว่าหน้าไหนมีเนื้อหาพอแยกเป็นหน้าของตัวเอง
โครงสร้างเว็บไซต์บริษัทและลำดับเมนู
หลักการเรียงเมนู
- เมนูหลักไม่ควรเกิน 5–7 รายการ ยิ่งมากยิ่งตัดสินใจยาก
- เรียงจากสิ่งที่ลูกค้ามองหามากที่สุด โดยทั่วไปคือ บริการ ผลงาน เกี่ยวกับเรา แล้วจบด้วยติดต่อเรา
- ใช้คำที่ลูกค้าเข้าใจ เช่น "บริการ" แทนชื่อเฉพาะภายในองค์กรที่คนนอกไม่รู้จัก
- ปุ่มติดต่อแยกให้เด่น วางไว้ขวาสุดของเมนูและเห็นได้ทุกหน้า
- ใช้เมนูย่อยเมื่อจำเป็น เช่น รวมบริการหลายรายการไว้ใต้เมนูบริการ
ตัวอย่างเมนูที่ใช้ได้กับบริษัทส่วนใหญ่
- หน้าแรก (คลิกที่โลโก้)
- บริการ (มีเมนูย่อยแยกแต่ละบริการ)
- ผลงาน
- เกี่ยวกับเรา
- บทความ (ถ้ามี)
- ติดต่อเรา (เป็นปุ่ม)
ส่วนท้ายเว็บ (footer) เป็นที่สำหรับลิงก์รอง เช่น คำถามที่พบบ่อย นโยบายความเป็นส่วนตัว ข้อกำหนดการใช้งาน และข้อมูลติดต่อซ้ำอีกครั้ง
หน้าแรกของเว็บไซต์บริษัทควรมีอะไร
หน้าแรกไม่ใช่ที่สำหรับใส่ทุกอย่าง แต่เป็นทางแยกที่พาลูกค้าไปยังหน้าที่ใช่ เรียงส่วนต่าง ๆ ประมาณนี้
- ส่วนบนสุด ข้อความเดียวที่บอกว่าคุณทำอะไรให้ใคร พร้อมปุ่มติดต่อ
- บริการหลัก การ์ด 3–6 ใบ แต่ละใบลิงก์ไปหน้าบริการ
- เหตุผลที่ควรเลือกคุณ จุดเด่นที่ตรวจสอบได้ ไม่ใช่คำกว้าง ๆ อย่าง "คุณภาพดี บริการเยี่ยม"
- หลักฐานความน่าเชื่อถือ ผลงานจริง รีวิวจริง หรือใบรับรองที่ได้รับ
- ขั้นตอนการทำงาน ให้ลูกค้าเห็นว่าหลังติดต่อจะเกิดอะไรขึ้น
- ปุ่มติดต่อปิดท้าย อีกครั้งก่อนถึงส่วนท้ายเว็บ
ทุกอย่างที่ใส่ในหน้าแรกต้องเป็นข้อมูลจริง ตัวเลขหรือรีวิวที่แต่งขึ้นทำลายความน่าเชื่อถือได้มากกว่าการไม่ใส่เลย ถ้ายังไม่มีผลงานให้แสดง ใช้ขั้นตอนการทำงานและข้อมูลทีมงานแทนได้
เว็บสองภาษา ควรทำเมื่อไร
ควรพิจารณาเว็บสองภาษาเมื่อ
- มีลูกค้าหรือคู่ค้าต่างชาติจริง หรือกำลังจะขยายตลาด
- ต้องใช้เว็บประกอบการยื่นเอกสาร ประมูลงาน หรือติดต่อหน่วยงานต่างประเทศ
- มีพนักงานที่ตอบลูกค้าเป็นภาษานั้นได้
สิ่งที่ต้องทำให้ถูกตั้งแต่ต้น
- แยก URL ของแต่ละภาษา เช่น
/en/เพื่อให้ Google แสดงหน้าภาษาที่ตรงกับผู้ค้นหา - มีปุ่มสลับภาษาที่เห็นชัด และพาไปหน้าเดียวกันในอีกภาษา ไม่ใช่กลับหน้าแรก
- แปลโดยคนที่เข้าใจธุรกิจ ไม่ใช้เครื่องแปลอัตโนมัติล้วน ๆ กับหน้าหลัก
- วางแผนว่าใครจะอัปเดตเนื้อหาทั้งสองภาษาให้ตรงกัน
ถ้ายังไม่มีลูกค้าต่างชาติ เริ่มจากภาษาไทยให้ดีก่อน แล้วเพิ่มภาษาอังกฤษภายหลังได้ หากวางโครงสร้างรองรับไว้ตั้งแต่แรก
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- หน้าแรกเป็นสไลด์รูปหลายภาพที่ไม่มีข้อความบอกว่าทำอะไร
- ข้อมูลติดต่อมีแค่ฟอร์ม ไม่มีเบอร์โทรหรืออีเมล
- หน้าเกี่ยวกับเราเขียนแต่วิสัยทัศน์ ไม่มีข้อมูลที่ตรวจสอบได้
- ข้อมูลเก่าไม่ได้อัปเดต เช่น ที่อยู่สำนักงานเดิม
ถ้าเว็บบริษัทเดิมมีปัญหาเหล่านี้หลายข้อพร้อมกัน อาจถึงเวลาที่ควรเริ่มใหม่ อ่านสัญญาณว่าถึงเวลาทำเว็บไซต์ใหม่
สรุป
เว็บไซต์บริษัทที่ดีไม่ต้องมีหน้าเยอะ แต่ต้องมีหน้าหลักครบ เมนูสั้นและเรียงตามสิ่งที่ลูกค้ามองหา หน้าแรกบอกชัดว่าคุณทำอะไรและพาไปยังหน้าบริการกับหน้าติดต่อ ส่วนเว็บสองภาษาควรทำเมื่อมีกลุ่มลูกค้าจริงและมีคนดูแลเนื้อหาทั้งสองภาษา
กำลังวางแผนเว็บบริษัท ดูตัวอย่างที่เว็บไซต์สำหรับบริษัท และบริการออกแบบเว็บไซต์ หรือปรึกษาเราฟรี
