ร้านค้าออนไลน์ส่วนใหญ่เริ่มจากมาร์เก็ตเพลสเพราะเปิดร้านได้เร็ว แต่เมื่อยอดขายโตขึ้นก็เริ่มสงสัยว่าควรมีเว็บขายของออนไลน์ของตัวเองหรือยัง บทความนี้เปรียบเทียบสองช่องทางในเรื่องที่มีผลต่อกำไรจริง คือค่าธรรมเนียม ฐานลูกค้า และแบรนด์ พร้อมแนวทางใช้ทั้งสองอย่างคู่กัน
มาร์เก็ตเพลสคืออะไร ทำไมคนเริ่มที่นี่
มาร์เก็ตเพลสคือแพลตฟอร์มที่รวมร้านค้าจำนวนมากไว้ในที่เดียว ผู้ซื้อเข้ามาค้นหาสินค้าอยู่แล้ว ข้อดีที่ชัดเจนคือ
- มีผู้ซื้อพร้อมอยู่แล้ว ไม่ต้องสร้างคนเข้าร้านเองตั้งแต่ศูนย์
- เปิดร้านได้เร็ว มีระบบชำระเงินและขนส่งพร้อมใช้
- ผู้ซื้อคุ้นเคยและไว้ใจระบบของแพลตฟอร์ม
แต่สิ่งที่แลกมาคือ คุณกำลังเช่าพื้นที่ในห้างของคนอื่น กฎ ค่าธรรมเนียม และการแสดงผลสินค้า ขึ้นกับแพลตฟอร์มเป็นผู้กำหนด
เว็บขายของออนไลน์ของตัวเองให้อะไรที่ต่างออกไป
เว็บร้านค้าของตัวเองเหมือนมีหน้าร้านเป็นของตัวเอง
- ควบคุมหน้าตาและประสบการณ์ทั้งหมด ตั้งแต่หน้าแรกถึงหน้าชำระเงิน
- ได้ข้อมูลลูกค้าโดยตรง ภายใต้ความยินยอมตามกฎหมาย นำไปทำการตลาดซ้ำได้
- ไม่มีสินค้าคู่แข่งแสดงข้าง ๆ สินค้าของคุณ
- เล่าเรื่องแบรนด์ได้เต็มที่ ไม่จำกัดอยู่ในรูปแบบที่แพลตฟอร์มกำหนด
ข้อจำกัดคือ ต้องหาคนเข้าร้านเอง ผ่าน SEO โฆษณา โซเชียลมีเดีย หรือฐานลูกค้าเดิม
เปรียบเทียบเว็บขายของออนไลน์กับมาร์เก็ตเพลส
| ประเด็น | มาร์เก็ตเพลส | เว็บร้านค้าของตัวเอง |
|---|---|---|
| คนเข้าร้าน | มีผู้ซื้อในแพลตฟอร์มอยู่แล้ว | ต้องสร้างเองผ่านการตลาด |
| ค่าธรรมเนียม | หักเป็นสัดส่วนจากยอดขายตามที่แพลตฟอร์มกำหนด และอาจเปลี่ยนได้ | ค่าทำเว็บ ค่าโฮสติ้ง และค่าธรรมเนียมรับชำระเงิน ซึ่งคาดการณ์ได้ |
| ข้อมูลลูกค้า | จำกัดตามนโยบายแพลตฟอร์ม | เป็นของคุณ |
| แบรนด์ | ปรับแต่งได้จำกัด | ควบคุมได้เต็มที่ |
| การแข่งขันด้านราคา | สูง สินค้าคล้ายกันแสดงเทียบกัน | น้อยกว่า ลูกค้าเห็นเฉพาะสินค้าของคุณ |
| ความเสี่ยงด้านกฎ | ต้องทำตามนโยบายที่อาจเปลี่ยน | กำหนดเงื่อนไขเองภายใต้กฎหมาย |
เรื่องค่าธรรมเนียม
อัตราค่าธรรมเนียมของแต่ละแพลตฟอร์มแตกต่างกันและมีการปรับเป็นระยะ ควรตรวจจากประกาศล่าสุดของแพลตฟอร์มที่คุณใช้ ประเด็นสำคัญคือ ค่าธรรมเนียมมาร์เก็ตเพลสเพิ่มขึ้นตามยอดขาย ขณะที่ต้นทุนเว็บของตัวเองส่วนใหญ่เป็นค่าคงที่ ยิ่งขายได้มาก ส่วนต่างนี้ยิ่งมีผล
เรื่องฐานลูกค้า
ลูกค้าที่ซื้อผ่านมาร์เก็ตเพลสมักจำชื่อแพลตฟอร์มมากกว่าจำชื่อร้าน ครั้งหน้าเขาอาจค้นหาสินค้าเดียวกันแล้วซื้อจากร้านอื่นที่ถูกกว่า ส่วนลูกค้าที่ซื้อผ่านเว็บของคุณ คุณสามารถติดต่อกลับเพื่อแจ้งสินค้าใหม่หรือโปรโมชันได้ตามที่เขายินยอม
ควรใช้คู่กันอย่างไร
สำหรับธุรกิจส่วนใหญ่ คำตอบไม่ใช่เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ใช้แต่ละช่องทางในบทบาทที่เหมาะสม
- ใช้มาร์เก็ตเพลสหาลูกค้าใหม่ ให้คนที่ยังไม่รู้จักแบรนด์ค้นเจอ
- ใช้เว็บของตัวเองดูแลลูกค้าประจำ ใส่ข้อมูลเว็บในบรรจุภัณฑ์หรือการ์ดขอบคุณ ตามที่นโยบายแพลตฟอร์มอนุญาต
- ให้สิทธิพิเศษบนเว็บ เช่น สินค้าบางรุ่น ชุดของขวัญ หรือโปรแกรมสมาชิก ที่มีเฉพาะบนเว็บ
- ใช้เว็บเป็นปลายทางของโฆษณาและคอนเทนต์ เพื่อให้ยอดขายจากการตลาดของคุณเองไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม
- ติดตามผลแยกช่องทาง ด้วยลิงก์ติดตาม เพื่อรู้ว่ากำไรจริงมาจากไหน ดูวิธีได้ที่ UTM คืออะไร
ดูว่าแพ็กเกจร้านค้าออนไลน์รวมอะไรบ้าง เทียบกับแพ็กเกจอื่นได้ที่หน้าราคา
เมื่อไรควรเริ่มทำเว็บร้านค้าของตัวเอง
- มีลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำเป็นสัดส่วนที่ชัดเจน
- เริ่มทำโฆษณาหรือคอนเทนต์ของตัวเองอยู่แล้ว
- อยากสร้างแบรนด์ระยะยาว ไม่ใช่แข่งกันที่ราคาอย่างเดียว
- ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มเริ่มเป็นต้นทุนก้อนใหญ่
ถ้ายังไม่ถึงจุดนั้น การเริ่มที่มาร์เก็ตเพลสก่อนก็สมเหตุสมผล
สรุป
มาร์เก็ตเพลสช่วยหาลูกค้าใหม่ได้เร็ว แต่คุณไม่ได้เป็นเจ้าของลูกค้าและต้องทำตามกฎของแพลตฟอร์ม เว็บขายของออนไลน์ของตัวเองต้องลงแรงหาคนเข้าร้าน แต่ให้ข้อมูลลูกค้า แบรนด์ และต้นทุนที่คาดการณ์ได้ แนวทางที่ใช้ได้กับธุรกิจส่วนใหญ่คือ ใช้มาร์เก็ตเพลสเป็นทางเข้า และใช้เว็บของตัวเองเป็นบ้านของลูกค้าประจำ
สนใจมีเว็บร้านค้าของตัวเอง ดูเว็บไซต์สำหรับร้านค้า และแพ็กเกจราคา หรือปรึกษาเราฟรี
