เว็บไซต์

เว็บขายของออนไลน์ของตัวเอง vs มาร์เก็ตเพลส แบบไหนเหมาะกับคุณ

เว็บขายของออนไลน์ของตัวเองกับการขายบนมาร์เก็ตเพลสต่างกันอย่างไร เทียบค่าธรรมเนียม ฐานลูกค้า และแบรนด์ พร้อมแนวทางใช้ทั้งสองช่องทางคู่กันให้ได้ประโยชน์สูงสุด

TUMWEBSITEอ่าน 4 นาที

เว็บขายของออนไลน์ของตัวเอง vs มาร์เก็ตเพลส แบบไหนเหมาะกับคุณ

ร้านค้าออนไลน์ส่วนใหญ่เริ่มจากมาร์เก็ตเพลสเพราะเปิดร้านได้เร็ว แต่เมื่อยอดขายโตขึ้นก็เริ่มสงสัยว่าควรมีเว็บขายของออนไลน์ของตัวเองหรือยัง บทความนี้เปรียบเทียบสองช่องทางในเรื่องที่มีผลต่อกำไรจริง คือค่าธรรมเนียม ฐานลูกค้า และแบรนด์ พร้อมแนวทางใช้ทั้งสองอย่างคู่กัน

มาร์เก็ตเพลสคืออะไร ทำไมคนเริ่มที่นี่

มาร์เก็ตเพลสคือแพลตฟอร์มที่รวมร้านค้าจำนวนมากไว้ในที่เดียว ผู้ซื้อเข้ามาค้นหาสินค้าอยู่แล้ว ข้อดีที่ชัดเจนคือ

  • มีผู้ซื้อพร้อมอยู่แล้ว ไม่ต้องสร้างคนเข้าร้านเองตั้งแต่ศูนย์
  • เปิดร้านได้เร็ว มีระบบชำระเงินและขนส่งพร้อมใช้
  • ผู้ซื้อคุ้นเคยและไว้ใจระบบของแพลตฟอร์ม

แต่สิ่งที่แลกมาคือ คุณกำลังเช่าพื้นที่ในห้างของคนอื่น กฎ ค่าธรรมเนียม และการแสดงผลสินค้า ขึ้นกับแพลตฟอร์มเป็นผู้กำหนด

เว็บขายของออนไลน์ของตัวเองให้อะไรที่ต่างออกไป

เว็บร้านค้าของตัวเองเหมือนมีหน้าร้านเป็นของตัวเอง

  • ควบคุมหน้าตาและประสบการณ์ทั้งหมด ตั้งแต่หน้าแรกถึงหน้าชำระเงิน
  • ได้ข้อมูลลูกค้าโดยตรง ภายใต้ความยินยอมตามกฎหมาย นำไปทำการตลาดซ้ำได้
  • ไม่มีสินค้าคู่แข่งแสดงข้าง ๆ สินค้าของคุณ
  • เล่าเรื่องแบรนด์ได้เต็มที่ ไม่จำกัดอยู่ในรูปแบบที่แพลตฟอร์มกำหนด

ข้อจำกัดคือ ต้องหาคนเข้าร้านเอง ผ่าน SEO โฆษณา โซเชียลมีเดีย หรือฐานลูกค้าเดิม

เปรียบเทียบเว็บขายของออนไลน์กับมาร์เก็ตเพลส

ประเด็น มาร์เก็ตเพลส เว็บร้านค้าของตัวเอง
คนเข้าร้าน มีผู้ซื้อในแพลตฟอร์มอยู่แล้ว ต้องสร้างเองผ่านการตลาด
ค่าธรรมเนียม หักเป็นสัดส่วนจากยอดขายตามที่แพลตฟอร์มกำหนด และอาจเปลี่ยนได้ ค่าทำเว็บ ค่าโฮสติ้ง และค่าธรรมเนียมรับชำระเงิน ซึ่งคาดการณ์ได้
ข้อมูลลูกค้า จำกัดตามนโยบายแพลตฟอร์ม เป็นของคุณ
แบรนด์ ปรับแต่งได้จำกัด ควบคุมได้เต็มที่
การแข่งขันด้านราคา สูง สินค้าคล้ายกันแสดงเทียบกัน น้อยกว่า ลูกค้าเห็นเฉพาะสินค้าของคุณ
ความเสี่ยงด้านกฎ ต้องทำตามนโยบายที่อาจเปลี่ยน กำหนดเงื่อนไขเองภายใต้กฎหมาย

เรื่องค่าธรรมเนียม

อัตราค่าธรรมเนียมของแต่ละแพลตฟอร์มแตกต่างกันและมีการปรับเป็นระยะ ควรตรวจจากประกาศล่าสุดของแพลตฟอร์มที่คุณใช้ ประเด็นสำคัญคือ ค่าธรรมเนียมมาร์เก็ตเพลสเพิ่มขึ้นตามยอดขาย ขณะที่ต้นทุนเว็บของตัวเองส่วนใหญ่เป็นค่าคงที่ ยิ่งขายได้มาก ส่วนต่างนี้ยิ่งมีผล

เรื่องฐานลูกค้า

ลูกค้าที่ซื้อผ่านมาร์เก็ตเพลสมักจำชื่อแพลตฟอร์มมากกว่าจำชื่อร้าน ครั้งหน้าเขาอาจค้นหาสินค้าเดียวกันแล้วซื้อจากร้านอื่นที่ถูกกว่า ส่วนลูกค้าที่ซื้อผ่านเว็บของคุณ คุณสามารถติดต่อกลับเพื่อแจ้งสินค้าใหม่หรือโปรโมชันได้ตามที่เขายินยอม

ควรใช้คู่กันอย่างไร

สำหรับธุรกิจส่วนใหญ่ คำตอบไม่ใช่เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ใช้แต่ละช่องทางในบทบาทที่เหมาะสม

  1. ใช้มาร์เก็ตเพลสหาลูกค้าใหม่ ให้คนที่ยังไม่รู้จักแบรนด์ค้นเจอ
  2. ใช้เว็บของตัวเองดูแลลูกค้าประจำ ใส่ข้อมูลเว็บในบรรจุภัณฑ์หรือการ์ดขอบคุณ ตามที่นโยบายแพลตฟอร์มอนุญาต
  3. ให้สิทธิพิเศษบนเว็บ เช่น สินค้าบางรุ่น ชุดของขวัญ หรือโปรแกรมสมาชิก ที่มีเฉพาะบนเว็บ
  4. ใช้เว็บเป็นปลายทางของโฆษณาและคอนเทนต์ เพื่อให้ยอดขายจากการตลาดของคุณเองไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม
  5. ติดตามผลแยกช่องทาง ด้วยลิงก์ติดตาม เพื่อรู้ว่ากำไรจริงมาจากไหน ดูวิธีได้ที่ UTM คืออะไร

ดูว่าแพ็กเกจร้านค้าออนไลน์รวมอะไรบ้าง เทียบกับแพ็กเกจอื่นได้ที่หน้าราคา

เมื่อไรควรเริ่มทำเว็บร้านค้าของตัวเอง

  • มีลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำเป็นสัดส่วนที่ชัดเจน
  • เริ่มทำโฆษณาหรือคอนเทนต์ของตัวเองอยู่แล้ว
  • อยากสร้างแบรนด์ระยะยาว ไม่ใช่แข่งกันที่ราคาอย่างเดียว
  • ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มเริ่มเป็นต้นทุนก้อนใหญ่

ถ้ายังไม่ถึงจุดนั้น การเริ่มที่มาร์เก็ตเพลสก่อนก็สมเหตุสมผล

สรุป

มาร์เก็ตเพลสช่วยหาลูกค้าใหม่ได้เร็ว แต่คุณไม่ได้เป็นเจ้าของลูกค้าและต้องทำตามกฎของแพลตฟอร์ม เว็บขายของออนไลน์ของตัวเองต้องลงแรงหาคนเข้าร้าน แต่ให้ข้อมูลลูกค้า แบรนด์ และต้นทุนที่คาดการณ์ได้ แนวทางที่ใช้ได้กับธุรกิจส่วนใหญ่คือ ใช้มาร์เก็ตเพลสเป็นทางเข้า และใช้เว็บของตัวเองเป็นบ้านของลูกค้าประจำ

สนใจมีเว็บร้านค้าของตัวเอง ดูเว็บไซต์สำหรับร้านค้า และแพ็กเกจราคา หรือปรึกษาเราฟรี

  • #เว็บขายของออนไลน์
  • #ร้านค้าออนไลน์
  • #มาร์เก็ตเพลส
  • #อีคอมเมิร์ซ