หน้าเว็บของคุณอาจขึ้นในผลค้นหาแล้ว แต่ถ้าหัวข้อและคำอธิบายที่แสดงไม่น่าสนใจ คนก็เลื่อนผ่านไปคลิกคู่แข่ง meta title และ description คือ "ป้ายหน้าร้าน" ของแต่ละหน้าบน Google บทความนี้สอนวิธีเขียนให้คนอยากคลิก พร้อมตัวอย่างเปรียบเทียบที่นำไปใช้ได้ทันที
Meta title และ description คืออะไร
- Meta title (title tag) คือชื่อของหน้าเว็บ แสดงเป็นบรรทัดตัวใหญ่ที่คลิกได้ในผลค้นหา และเป็นชื่อแท็บในเบราว์เซอร์ Google ใช้เป็นสัญญาณหนึ่งในการเข้าใจว่าหน้านี้เกี่ยวกับอะไร
- Meta description คือคำอธิบายสั้นใต้ชื่อในผลค้นหา ไม่ได้ใช้จัดอันดับโดยตรง แต่มีผลกับการตัดสินใจคลิกของคน
ควรรู้ไว้ว่า Google อาจไม่ได้ใช้ข้อความที่คุณเขียนเสมอไป บางครั้งระบบเลือกดึงข้อความจากเนื้อหาในหน้ามาแสดงแทน ถ้าเห็นว่าตรงกับคำค้นมากกว่า แต่ถ้าคุณเขียนไว้ดีและตรงกับเนื้อหา โอกาสที่ Google จะใช้ข้อความของคุณก็สูงขึ้น
ความยาวที่เหมาะสม
Google ไม่ได้จำกัดเป็นจำนวนตัวอักษร แต่ตัดตามความกว้างที่แสดงบนหน้าจอ ข้อความที่ยาวเกินจะถูกตัดเป็น "..." ใช้ตัวเลขนี้เป็นแนวทางคร่าว ๆ
| ส่วน | ความยาวแนะนำ | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| Meta title | ประมาณ 50–60 ตัวอักษร | ใส่สาระสำคัญไว้ต้นข้อความ เผื่อถูกตัดท้าย |
| Meta description | ประมาณ 120–160 ตัวอักษร | บนมือถืออาจแสดงสั้นกว่านี้ |
ภาษาไทยมีสระและวรรณยุกต์ที่ไม่กินความกว้าง ตัวเลขจึงเป็นแค่จุดอ้างอิง สิ่งสำคัญกว่าคือ ข้อความสำคัญที่สุดต้องอยู่ช่วงต้น
หลักเขียน meta title
- ขึ้นต้นด้วยคำที่คนค้นหา ถ้าหน้านั้นเกี่ยวกับ "รับทำเว็บไซต์คลินิก" ให้คำนี้อยู่ต้น title
- บอกสิ่งที่ได้หรือจุดต่าง เช่น ราคาเริ่มต้น พื้นที่ให้บริการ หรือสิ่งที่หน้านั้นตอบ
- ใส่ชื่อแบรนด์ท้ายสุด คั่นด้วย | หรือ – สำหรับหน้าแรก ชื่อแบรนด์อาจขึ้นก่อนได้
- ทุกหน้าต้องไม่ซ้ำกัน title ซ้ำทำให้ทั้ง Google และคนแยกไม่ออกว่าหน้าไหนตอบเรื่องอะไร
หลักเขียน meta description
- เขียนเป็นประโยคที่คนอ่านรู้เรื่อง สรุปว่าคลิกแล้วจะได้อะไร
- ใส่คำค้นหลัก 1 ครั้งอย่างเป็นธรรมชาติ Google มักทำตัวหนาให้คำที่ตรงกับคำค้น ทำให้สะดุดตา
- ปิดท้ายด้วยเหตุผลให้คลิก เช่น "พร้อมตัวอย่าง" หรือ "ดูราคาและขั้นตอน"
- สัญญาเฉพาะสิ่งที่หน้านั้นมีจริง ถ้าคนคลิกแล้วไม่เจอสิ่งที่บอกไว้ เขาจะกดย้อนกลับทันที
ใส่คำค้นอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ยัดคำ
การยัดคำค้นซ้ำ ๆ เช่น "ทำเว็บไซต์ ทำเว็บไซต์ราคาถูก รับทำเว็บไซต์ ทำเว็บ" ไม่ได้ช่วยอันดับ ยังทำให้ดูไม่น่าเชื่อถือ และเสี่ยงที่ Google จะเขียนหัวข้อใหม่ให้เอง ใช้คำหลัก 1 ครั้ง แล้วเสริมด้วยคำที่เกี่ยวข้องตามธรรมชาติของประโยคก็พอ วิธีเลือกคำหลักของแต่ละหน้าอ่านได้ใน SEO เบื้องต้นสำหรับธุรกิจเล็ก
ตัวอย่างดีและไม่ดี
| ประเภท | ไม่ดี | ดีกว่า |
|---|---|---|
| Title หน้าแรก | หน้าแรก | ร้านดอกไม้ลาดพร้าว ส่งด่วนในวัน – ชื่อร้าน |
| Title หน้าบริการ | บริการของเรา | ชื่อบริษัท | รับทำเว็บไซต์คลินิก ราคาเริ่มต้น พร้อมระบบนัดหมาย | ชื่อบริษัท |
| Title ยัดคำ | ทำเว็บ ทำเว็บไซต์ รับทำเว็บ ราคาถูก ทำเว็บสวย | รับทำเว็บไซต์บริษัท ออกแบบใหม่ รองรับมือถือ |
| Description กว้างเกินไป | เราคือผู้นำด้านคุณภาพและบริการที่ดีที่สุด | คลินิกทันตกรรมใกล้ BTS อ่อนนุช เปิดทุกวัน จองคิวออนไลน์ได้ ดูราคาจัดฟันและขั้นตอนก่อนนัด |
| Description บทความ | บทความนี้จะพูดถึงเรื่องต่าง ๆ เกี่ยวกับโดเมน | วิธีเลือกชื่อโดเมนให้จำง่าย ควรใช้ .com หรือ .co.th พร้อมเช็กลิสต์ก่อนจด |
สังเกตว่าตัวอย่างที่ดีกว่าตอบได้ทันทีว่า "หน้านี้คืออะไร" และ "ทำไมต้องคลิก"
ตรวจผลหลังแก้ไข
หลังปรับ title และ description แล้ว ให้ติดตามผลใน Google Search Console ซึ่งแสดงว่าแต่ละหน้าถูกแสดงในผลค้นหากี่ครั้ง และมีคนคลิกกี่ครั้ง ถ้าหน้าไหนถูกแสดงบ่อยแต่คนคลิกน้อย นั่นคือหน้าที่ควรแก้ข้อความก่อน รอสักระยะให้ Google เก็บข้อมูลใหม่แล้วเทียบกับช่วงก่อนแก้ วิธีใช้รายงานนี้อธิบายไว้ใน คู่มือ Google Search Console
สรุป
Meta title และ description ไม่ได้ทำให้ติดอันดับทันที แต่ตัดสินว่าคนจะคลิกหน้าคุณหรือหน้าคู่แข่ง เขียน title ให้ขึ้นต้นด้วยคำที่คนค้นหาและไม่ซ้ำกันทุกหน้า เขียน description เป็นประโยคที่บอกว่าคลิกแล้วได้อะไร ใช้คำค้นอย่างเป็นธรรมชาติ แล้วติดตามผลใน Search Console เพื่อแก้หน้าที่ยังได้คลิกน้อย
อยากให้ทุกหน้าของเว็บคุณมี SEO พื้นฐานครบตั้งแต่แรก ปรึกษาเราฟรี
