มีเว็บแล้วแต่ไม่มีใครเจอบน Google คุณอาจเคยได้ยินคำตอบว่า "ต้องทำ SEO" แต่ SEO คืออะไร และธุรกิจเล็กที่มีเวลาจำกัดควรเริ่มตรงไหน บทความนี้แบ่ง SEO เป็น 3 ส่วนที่เข้าใจง่าย พร้อมลำดับสิ่งที่ควรทำก่อนและหลัง
SEO คืออะไร
SEO ย่อมาจาก Search Engine Optimization คือการปรับเว็บไซต์ให้ Google เข้าใจและเลือกแสดงหน้าเว็บของคุณ เมื่อคนค้นหาคำที่เกี่ยวกับธุรกิจคุณ ผลค้นหาที่ได้จาก SEO เรียกว่าผลแบบออร์แกนิก ซึ่งไม่ต้องจ่ายเงินต่อคลิกเหมือนโฆษณา
เป้าหมายของ Google คือแสดงคำตอบที่ดีที่สุดให้ผู้ค้นหา ดังนั้น SEO ที่ได้ผลระยะยาวคือการทำเว็บให้เป็นคำตอบที่ดีจริง ไม่ใช่การหาช่องโกงระบบ วิธีลัดหลายแบบที่เคยได้ผลในอดีตตอนนี้กลับทำให้เว็บเสียหาย
SEO ต่างจากโฆษณาอย่างไร
| SEO | โฆษณา Google | |
|---|---|---|
| ค่าใช้จ่าย | ไม่จ่ายต่อคลิก แต่ใช้เวลาและแรงทำ | จ่ายต่อคลิก หยุดจ่ายก็หยุดแสดง |
| ความเร็ว | ใช้เวลาเป็นเดือน | เห็นผลเร็วหลังเริ่มแคมเปญ |
| ความยั่งยืน | ผลสะสมต่อเนื่อง | อยู่ได้ตราบที่มีงบ |
| เหมาะกับ | การเติบโตระยะยาว | ทดสอบตลาด โปรโมชันช่วงสั้น |
ธุรกิจจำนวนมากใช้ทั้งสองอย่างคู่กัน ใช้โฆษณาเรียกลูกค้าระหว่างรอให้ SEO ออกผล
SEO 3 ส่วนที่ต้องรู้
1. Technical SEO: ให้ Google เข้าถึงเว็บได้
ส่วนนี้คือพื้นฐานทางเทคนิค ถ้าไม่ผ่าน ส่วนอื่นทำไปก็ไม่ได้ผลเต็มที่
- Google เข้ามาอ่านหน้าเว็บได้ ไม่ถูกบล็อกโดยไม่ตั้งใจ
- มี sitemap บอกว่าเว็บมีหน้าอะไรบ้าง
- เว็บโหลดเร็วและใช้งานบนมือถือได้ดี
- ใช้ HTTPS และไม่มีลิงก์เสียจำนวนมาก
ความเร็วเป็นเรื่องที่หลายเว็บตกบ่อย อ่านต่อได้ใน PageSpeed คืออะไร
2. On-page SEO: ทำเนื้อหาให้ตรงกับที่คนค้นหา
ส่วนนี้คือสิ่งที่อยู่บนหน้าเว็บ เริ่มจากรู้ว่าลูกค้าค้นด้วยคำอะไร แล้วทำหน้าที่ตอบคำนั้นได้ดีที่สุด
- แต่ละหน้ามีหัวข้อหลักชัดเจน 1 เรื่อง
- ชื่อหน้า (title) และคำอธิบาย (description) บอกว่าหน้านี้เกี่ยวกับอะไร
- เนื้อหาตอบคำถามจริง มีรายละเอียดที่คู่แข่งไม่มี
- รูปมีข้อความ alt และหน้าต่าง ๆ ลิงก์ถึงกันอย่างมีเหตุผล
ขั้นแรกของ on-page คือการหาคำค้น ซึ่งเราอธิบายไว้ละเอียดในวิธีหาคีย์เวิร์ด
3. Off-page SEO: ความน่าเชื่อถือจากภายนอก
ส่วนนี้คือสัญญาณจากนอกเว็บที่บอก Google ว่าธุรกิจคุณมีตัวตนและน่าเชื่อถือ เช่น เว็บอื่นที่เกี่ยวข้องลิงก์มาหา รีวิวลูกค้า และข้อมูลธุรกิจบน Google Business Profile สำหรับธุรกิจที่มีหน้าร้าน ข้อสำคัญคือ ห้ามซื้อลิงก์จำนวนมากจากแหล่งที่ไม่เกี่ยวข้อง เพราะเสี่ยงโดนลดความน่าเชื่อถือ
ธุรกิจเล็กควรเริ่มทำอะไรก่อน
ถ้าเวลาและงบมีจำกัด ทำตามลำดับนี้
- ตรวจว่าเว็บใช้งานบนมือถือได้ โหลดเร็ว และมี HTTPS
- ติดตั้ง Google Search Console เพื่อดูว่า Google เห็นเว็บคุณอย่างไร
- ทำ Google Business Profile ถ้ามีหน้าร้านหรือให้บริการในพื้นที่
- หาคำค้นหลักของแต่ละบริการ แล้วจับคู่กับหน้าเว็บ 1 หน้าต่อ 1 กลุ่มคำ
- ปรับชื่อหน้า คำอธิบาย และเนื้อหาของหน้าบริการหลักให้ตรงคำค้น
- เขียนบทความตอบคำถามที่ลูกค้าถามบ่อย อย่างสม่ำเสมอ
- ขอรีวิวจากลูกค้าจริง และหาโอกาสให้เว็บที่เกี่ยวข้องพูดถึงคุณ
ข้อ 1–3 ทำครั้งเดียวแล้วดูแลต่อ ส่วนข้อ 4–7 เป็นงานต่อเนื่อง
สำหรับธุรกิจที่มีหน้าร้านหรือให้บริการในพื้นที่ จุดเริ่มต้นที่ได้ผลเร็วคือGoogle Business Profile ทำได้ฟรีภายในชั่วโมงเดียว
SEO ใช้เวลานานแค่ไหน
ไม่มีใครบอกได้แน่นอน และ ใครที่รับประกันอันดับหนึ่งบน Google ภายในเวลาที่กำหนด ควรระวัง เพราะไม่มีใครควบคุมผลค้นหาของ Google ได้ ระยะเวลาขึ้นกับหลายปัจจัย
- ความแข่งขันของคำค้น คำกว้างที่ธุรกิจใหญ่แข่งกันใช้เวลานานกว่าคำเฉพาะเจาะจง
- อายุและสภาพเว็บ เว็บใหม่ต้องใช้เวลาให้ Google รู้จัก
- ความสม่ำเสมอ การทำต่อเนื่องให้ผลดีกว่าทำหนักครั้งเดียวแล้วหยุด
โดยหลักการ ควรคิดเป็นแผนหลายเดือน และวัดความคืบหน้าจากจำนวนครั้งที่เว็บปรากฏในผลค้นหาและจำนวนคลิก ไม่ใช่ดูอันดับคำเดียวทุกวัน
สรุป
SEO คือการทำเว็บให้ Google เข้าใจและเห็นว่าเป็นคำตอบที่ดี แบ่งเป็น technical (เข้าถึงได้) on-page (เนื้อหาตรงคำค้น) และ off-page (ความน่าเชื่อถือจากภายนอก) ธุรกิจเล็กควรเริ่มจากพื้นฐานเทคนิคและเครื่องมือฟรีของ Google แล้วค่อยลงแรงกับเนื้อหาอย่างสม่ำเสมอ ผลที่ได้จะสะสมและอยู่ได้นานกว่าโฆษณา
อยากรู้ว่าเว็บของคุณควรเริ่ม SEO จากตรงไหน ดูบริการการตลาดออนไลน์ หรือปรึกษาเราฟรี
