การตลาด

SEO คืออะไร? คู่มือเข้าใจง่ายสำหรับธุรกิจเล็ก เริ่มทำอะไรก่อน

SEO คืออะไร อธิบายแบบไม่ใช้ศัพท์ยาก แบ่งเป็น 3 ส่วน technical, on-page, off-page พร้อมลำดับสิ่งที่ธุรกิจเล็กควรทำก่อน และทำไม SEO ต้องใช้เวลา

TUMWEBSITEอ่าน 4 นาที

SEO คืออะไร? คู่มือเข้าใจง่ายสำหรับธุรกิจเล็ก เริ่มทำอะไรก่อน

มีเว็บแล้วแต่ไม่มีใครเจอบน Google คุณอาจเคยได้ยินคำตอบว่า "ต้องทำ SEO" แต่ SEO คืออะไร และธุรกิจเล็กที่มีเวลาจำกัดควรเริ่มตรงไหน บทความนี้แบ่ง SEO เป็น 3 ส่วนที่เข้าใจง่าย พร้อมลำดับสิ่งที่ควรทำก่อนและหลัง

SEO คืออะไร

SEO ย่อมาจาก Search Engine Optimization คือการปรับเว็บไซต์ให้ Google เข้าใจและเลือกแสดงหน้าเว็บของคุณ เมื่อคนค้นหาคำที่เกี่ยวกับธุรกิจคุณ ผลค้นหาที่ได้จาก SEO เรียกว่าผลแบบออร์แกนิก ซึ่งไม่ต้องจ่ายเงินต่อคลิกเหมือนโฆษณา

เป้าหมายของ Google คือแสดงคำตอบที่ดีที่สุดให้ผู้ค้นหา ดังนั้น SEO ที่ได้ผลระยะยาวคือการทำเว็บให้เป็นคำตอบที่ดีจริง ไม่ใช่การหาช่องโกงระบบ วิธีลัดหลายแบบที่เคยได้ผลในอดีตตอนนี้กลับทำให้เว็บเสียหาย

SEO ต่างจากโฆษณาอย่างไร

SEO โฆษณา Google
ค่าใช้จ่าย ไม่จ่ายต่อคลิก แต่ใช้เวลาและแรงทำ จ่ายต่อคลิก หยุดจ่ายก็หยุดแสดง
ความเร็ว ใช้เวลาเป็นเดือน เห็นผลเร็วหลังเริ่มแคมเปญ
ความยั่งยืน ผลสะสมต่อเนื่อง อยู่ได้ตราบที่มีงบ
เหมาะกับ การเติบโตระยะยาว ทดสอบตลาด โปรโมชันช่วงสั้น

ธุรกิจจำนวนมากใช้ทั้งสองอย่างคู่กัน ใช้โฆษณาเรียกลูกค้าระหว่างรอให้ SEO ออกผล

SEO 3 ส่วนที่ต้องรู้

1. Technical SEO: ให้ Google เข้าถึงเว็บได้

ส่วนนี้คือพื้นฐานทางเทคนิค ถ้าไม่ผ่าน ส่วนอื่นทำไปก็ไม่ได้ผลเต็มที่

  • Google เข้ามาอ่านหน้าเว็บได้ ไม่ถูกบล็อกโดยไม่ตั้งใจ
  • มี sitemap บอกว่าเว็บมีหน้าอะไรบ้าง
  • เว็บโหลดเร็วและใช้งานบนมือถือได้ดี
  • ใช้ HTTPS และไม่มีลิงก์เสียจำนวนมาก

ความเร็วเป็นเรื่องที่หลายเว็บตกบ่อย อ่านต่อได้ใน PageSpeed คืออะไร

2. On-page SEO: ทำเนื้อหาให้ตรงกับที่คนค้นหา

ส่วนนี้คือสิ่งที่อยู่บนหน้าเว็บ เริ่มจากรู้ว่าลูกค้าค้นด้วยคำอะไร แล้วทำหน้าที่ตอบคำนั้นได้ดีที่สุด

  • แต่ละหน้ามีหัวข้อหลักชัดเจน 1 เรื่อง
  • ชื่อหน้า (title) และคำอธิบาย (description) บอกว่าหน้านี้เกี่ยวกับอะไร
  • เนื้อหาตอบคำถามจริง มีรายละเอียดที่คู่แข่งไม่มี
  • รูปมีข้อความ alt และหน้าต่าง ๆ ลิงก์ถึงกันอย่างมีเหตุผล

ขั้นแรกของ on-page คือการหาคำค้น ซึ่งเราอธิบายไว้ละเอียดในวิธีหาคีย์เวิร์ด

3. Off-page SEO: ความน่าเชื่อถือจากภายนอก

ส่วนนี้คือสัญญาณจากนอกเว็บที่บอก Google ว่าธุรกิจคุณมีตัวตนและน่าเชื่อถือ เช่น เว็บอื่นที่เกี่ยวข้องลิงก์มาหา รีวิวลูกค้า และข้อมูลธุรกิจบน Google Business Profile สำหรับธุรกิจที่มีหน้าร้าน ข้อสำคัญคือ ห้ามซื้อลิงก์จำนวนมากจากแหล่งที่ไม่เกี่ยวข้อง เพราะเสี่ยงโดนลดความน่าเชื่อถือ

ธุรกิจเล็กควรเริ่มทำอะไรก่อน

ถ้าเวลาและงบมีจำกัด ทำตามลำดับนี้

  1. ตรวจว่าเว็บใช้งานบนมือถือได้ โหลดเร็ว และมี HTTPS
  2. ติดตั้ง Google Search Console เพื่อดูว่า Google เห็นเว็บคุณอย่างไร
  3. ทำ Google Business Profile ถ้ามีหน้าร้านหรือให้บริการในพื้นที่
  4. หาคำค้นหลักของแต่ละบริการ แล้วจับคู่กับหน้าเว็บ 1 หน้าต่อ 1 กลุ่มคำ
  5. ปรับชื่อหน้า คำอธิบาย และเนื้อหาของหน้าบริการหลักให้ตรงคำค้น
  6. เขียนบทความตอบคำถามที่ลูกค้าถามบ่อย อย่างสม่ำเสมอ
  7. ขอรีวิวจากลูกค้าจริง และหาโอกาสให้เว็บที่เกี่ยวข้องพูดถึงคุณ

ข้อ 1–3 ทำครั้งเดียวแล้วดูแลต่อ ส่วนข้อ 4–7 เป็นงานต่อเนื่อง

สำหรับธุรกิจที่มีหน้าร้านหรือให้บริการในพื้นที่ จุดเริ่มต้นที่ได้ผลเร็วคือGoogle Business Profile ทำได้ฟรีภายในชั่วโมงเดียว

SEO ใช้เวลานานแค่ไหน

ไม่มีใครบอกได้แน่นอน และ ใครที่รับประกันอันดับหนึ่งบน Google ภายในเวลาที่กำหนด ควรระวัง เพราะไม่มีใครควบคุมผลค้นหาของ Google ได้ ระยะเวลาขึ้นกับหลายปัจจัย

  • ความแข่งขันของคำค้น คำกว้างที่ธุรกิจใหญ่แข่งกันใช้เวลานานกว่าคำเฉพาะเจาะจง
  • อายุและสภาพเว็บ เว็บใหม่ต้องใช้เวลาให้ Google รู้จัก
  • ความสม่ำเสมอ การทำต่อเนื่องให้ผลดีกว่าทำหนักครั้งเดียวแล้วหยุด

โดยหลักการ ควรคิดเป็นแผนหลายเดือน และวัดความคืบหน้าจากจำนวนครั้งที่เว็บปรากฏในผลค้นหาและจำนวนคลิก ไม่ใช่ดูอันดับคำเดียวทุกวัน

สรุป

SEO คือการทำเว็บให้ Google เข้าใจและเห็นว่าเป็นคำตอบที่ดี แบ่งเป็น technical (เข้าถึงได้) on-page (เนื้อหาตรงคำค้น) และ off-page (ความน่าเชื่อถือจากภายนอก) ธุรกิจเล็กควรเริ่มจากพื้นฐานเทคนิคและเครื่องมือฟรีของ Google แล้วค่อยลงแรงกับเนื้อหาอย่างสม่ำเสมอ ผลที่ได้จะสะสมและอยู่ได้นานกว่าโฆษณา

อยากรู้ว่าเว็บของคุณควรเริ่ม SEO จากตรงไหน ดูบริการการตลาดออนไลน์ หรือปรึกษาเราฟรี

  • #SEO คืออะไร
  • #SEO
  • #การตลาดออนไลน์
  • #Google